โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax)


โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax)

    (28 พ.ย.2560) พบผู้ป่วยชายซึ่งเป็นผู้ชำแหละแพะที่ตายแล้วสงสัยเป็นโรคแอนแทรกซ์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแม่สอด จ.ตาก ได้รับรายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์พบเชื้อบาซิลลัส แอนทราซิส (Bacillus anthracis) ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคแอนแทรกซ์ในผู้ป่วย 2 ราย มาด้วยอาการมีตุ่มหนองที่มือทั้ง 2 ข้าง ขณะนี้ ได้รับยารักษาและอยู่ในความดูแลของแพทย์จนกว่าตุ่มหนองจะหาย  เฝ้าระวังชาวบ้านอีก 247คนกินยา 60วัน

ลักษณะโรค เป็นโรคเกิดจากเชื้อแบคทีเรียมักเป็นแบบเฉียบพลัน โดยอาจเป็นแผลที่ผิวหนังและไม่บ่อยนักที่เป็นโรคที่ระบบทางเดินหายใจ หรือทางเดินอาหาร

โรคแอนแทรกซ์ที่ผิวหนัง  จะเริ่มด้วยอาการคันที่บริเวณสัมผัสเชื้อ ตามด้วยตุ่มบวมมีน้ำใสภายใน 2 - 6 วันจะเริ่มยุบตรงกลาง เป็นเนื้อตายสีดำคล้ายแผลบุหรี่จี้ (แผล eschar) รอบ ๆบวมน้ำ มักไม่ปวดแผลถ้าปวดมักเนื่องจากการบวมน้ำที่แผล อาจมีการติดเชื้อแทรกซ้อนแผลนี้อาจสับสนกับแผลโรคสครับทัยฟัส แต่แผลแอนแทรกซ์มักพบนอกร่มผ้าและมีขนาดใหญ่กว่า การติดเชื้อที่ไม่ได้รับการบำบัดรักษา อาจทำให้เชื้อแพร่กระจายไปตามต่อมน้ำเหลืองเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดภาวะโลหิตเป็นพิษได้อัตราป่วยตายประมาณ 5-20 เปอร์เซ็นต์ ถ้าได้รับยาปฏิชีวนะอัตราตายจะต่ำลงมาก

โรคแอนแทรกซ์ระบบทางเดินหายใจ เริ่มด้วยอาการคล้ายการติดเชื้อของระบบหายใจส่วนบนต่อมาจะเกิดการหายใจขัด และส่วนกลางภายในช่องอก (mediastinum) ขยาย มีไข้ และช็อคภายใน 3-5 วัน ทำให้เสียชีวิตอย่างรวดเร็ว

โรคแอนแทรกซ์ระบบทางเดินอาหาร พบน้อย และสังเกตได้ยาก ยกเว้นมีการระบาดเกิดเป็นกลุ่ม ผู้ป่วยจะมีอาการของโรคทางเดินอาหาร ไข้ โลหิตเป็นพิษอาจเสียชีวิตถ้ารักษาไม่ทัน

เชื้อก่อโรค เชื้อแบคทีเรีย Bacillus anthracis เป็นเชื้อแกรมบวก รูปแท่งมี capsuleไม่เคลื่อนที่และเมื่อถูกกับอ๊อกซิเจนจะสร้างสปอร์หุ้มตัว

การเกิดโรคเป็นโรคประจำถิ่นของประเทศเกษตรกรรมในทวีปยุโรปเอเซียและอัฟริกา;การแพร่เชื้อระหว่างประเทศ อาจเกิดผ่านทางอาหารสัตว์(กระดูกสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อ ) โรคนี้ถือเป็นโรคจากการประกอบอาชีพมักเกิดในคนงานของโรงงานหนังสัตว์ขนสัตว์ (โดยเฉพาะขนแกะ) อาหารสัตว์ที่มีส่วนผสมของกระดูกสัตว์กลุ่มเสี่ยงโรคกลุ่มอื่นๆ ได้แก่ สัตวแพทย์ เกษตรกร ผู้เลี้ยงสัตว์ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับสัตว์ป่า

แหล่งรังโรค ได้แก่ โคกระบือ แพะ แกะ ม้าสุกรและสัตว์ป่า เช่น ช้าง ฮิบโปโปเตมัส และกวางอิมพาล่า สปอร์ของ B.anthracis จะคงทนต่อสภาพแวดล้อม และสารเคมีมาก ในสภาพแวดล้อมที่ความเป็นกรดด่างมีอาหารและอุณหภูมิเหมาะสมเชื้ออาจอยู่ในดินได้นานหลายปีหนังสัตว์ หรือขนสัตว์ที่ตากแห้ง หรือผ่านขั้นตอนการผลิตในโรงงานแล้ว ก็ยังอาจพบสปอร์อยู่ที่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้นานหลายปี
 
วิธีการแพร่โรค
·        แอนแทรกซ์ที่ผิวหนังเกิดจากการสัมผัสกับเนื้อเยื่อสัตว์ที่ตายด้วยโรคนี้ หรืออาจเกิดจากการถูกกัดโดยแมลงที่สัมผัสซากสัตว์มาก่อน  , หนังสัตว์ขนสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสิ่งเหล่านี้ที่มีสปอร์ปนเปื้อนอยู่เช่น กลองแปรงหวีผม เป็นต้นหรือสัมผัสพื้นดินหรือกระดูกสัตว์ป่นที่จะใช้ทำปุ๋ยเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางแผลหรือรอยถลอก
·        แอนแทรกซ์ระบบทางเดินหายใจ เกิดจากการหายใจเอาสปอร์ที่ฟุ้งกระจายจากหนังสัตว์ขนสัตว์ ฯแอนแทรกซ์ระบบทางเดินอาหารติดจากการกินเนื้อสัตว์ที่ตายด้วยโรคนี้ โดยปรุงสุกๆดิบๆ ยังไม่มีรายงานการติดโรค โดยการดื่มน้ำนมจากสัตว์ป่วยสัตว์อาจติดเชื้อจากการกินหญ้า หรืออาหารสัตว์ ที่ปนเปื้อนเชื้อนอกจากนี้ยังมีรายงานการแพร่โรคโดยนกแร้งและการติดเชื้อโดยบังเอิญอาจเกิดได้ในห้องปฏิบัติการ

ระยะฟักตัวของโรค   2 - 7 วัน ส่วนใหญ่เกิดภายใน 48 ชั่วโมง หลังสัมผัสเชื้อ
วิธีการควบคุมโรค
ก. มาตรการป้องกัน
    ให้สุขศึกษาแก่เกษตรกรทราบว่าถ้าสัตว์โดยเฉพาะโคกระบือตายกระทันหันไม่ทราบสาเหตุให้สงสัยเป็นโรคแอนแทรกซ์ และห้ามผ่าซากโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อสร้างสปอร์ และให้รีบแจ้งสัตวแพทย์ทันทีไม่ควรเคลื่อนย้ายซากสัตว์ และควรฝังซากในบริเวณที่สัตว์ตายโดยฝังให้ลึกอย่างน้อย 1 เมตร (วัดจากส่วนบนของซากถึงผิวดิน) ไม่ควรเผาในที่โล่งแจ้ง เพราะสปอร์อาจฟุ้งกระจาย พื้นดินที่ปนเปื้อนควรฝังพร้อมกับซากสัตว์ และควรกลบทับด้วยปูนขาว อุปกรณ์เครื่องมือควรทำลายเชื้อโดยการเผาหรือแช่ในสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ 4% นาน 4 ชั่วโมง
    ฉีดวัคซีนแก่สัตว์โดยเฉพาะโคกระบือในขณะที่มีโรคระบาดทันทีและฉีดกระตุ้นซ้ำให้แก่สัตว์ในบริเวณเคยเกิดโรคระบาด หรือบริเวณติดต่อกับพื้นที่ติดโรคทุกปี สัตว์ที่ป่วยให้การรักษาด้วยpennicillinหรือ tetracyclineเมื่อหายดีแล้ว ให้รีบฉีดวัคซีน สัตว์ที่สัมผัสโรคแต่ยังไม่ป่วย อาจใช้วิธีเดียวกันนี้ได้
    ในโรงงานขนสัตว์หนังสัตว์อาหารสัตว์ควรให้สุขศึกษาแก่คนงานให้ทราบการป้องกันการติดต่อของโรค และหมั่นดูแลรักษาแผลที่ผิวหนัง
    จัดระบบการถ่ายเทอากาศและฝุ่นละอองภายในโรงงานขนสัตว์หนังสัตว์ ฯให้เหมาะสม พร้อมทั้งให้บริการด้านคำปรึกษา และบริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง และให้การรักษากรณีมีแผลที่สงสัยทันที
    จัดเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนเวลาทำงาน อุปกรณ์ป้องกันเช่นถุงมือและรองเท้าบู๊ทมีบริเวณชำระล้างและทำความสะอาดร่างกายภายหลังการปฏิบัติงาน และจัดที่รับประทานอาหารแยกจากบริเวณทำงาน โรงงานที่ปนเปื้อนเชื้อ ต้องอบฆ่าสปอร์ด้วยฟอร์มาลดีไฮด์
    ล้างและทำลายเชื้อที่ปนเปื้อนวัตถุดิบ เช่นขน หนังและกระดูกสัตว์ก่อนเข้าสู่ขบวนการผลิต
    ห้ามขายซากสัตว์หรือส่วนใดๆ ของซากสัตว์ที่ตายด้วยโรคนี้เพื่อเป็นอาหาร หรือนำไปผลิตเป็นสินค้า
    จัดระบบการกำจัดขยะและของเสียจากโรงงานขนหนังสัตว์และอาหารจากกระดูกสัตว์ โดยต้องมีการทำลายเชื้อก่อนนำไปทิ้ง
    ให้ภูมิคุ้มกันแก่กลุ่มเสี่ยงโรคด้วยวัคซีน
ข. การควบคุมผู้ป่วย ผู้สัมผัส และสิ่งแวดล้อม
    การรายงานโรค : เป็นโรคที่ต้องแจ้งความไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในท้องที่เกิดโรค
    การแยกผู้ป่วย :สิ่งขับถ่ายจากร่างกายผู้ป่วยต้องฆ่าเชื้อก่อนนำไปทิ้ง
    การทำลายเชื้อ :น้ำเหลืองจากแผล ของใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อ ต้องนำไปฆ่าเชื้อก่อน ถ้าเป็นสปอร์ต้องฆ่าเชื้อโดยการอบด้วยไอน้ำหรือนำไปเผาในเตาเผา
    การสอบสวนผู้สัมผัสและแหล่งโรค:สอบประวัติการสัมผัสกับสัตว์หรือผลิตภัณฑ์ และสอบกลับไปยังแหล่งที่มาหากเกิดการระบาดในโรงงาน ต้องตรวจสอบมาตรการป้องกันโรคว่า มีจุดบกพร่องหรือไม่
การรักษา   penicillin ให้ผลการรักษาดีที่สุดโดยให้นาน 5 - 7 วัน tetracycline erythromycin และ chloramphenicol ก็ให้ผลดีเช่นกัน 

Download
ประกาศโดย < ศุภกานต์ กำเหนิดเพชร >
วันที่ : 30พย.60 เวลา : 13:50:51